5 สิงหาคม 2562 ‘วิภา’เข้าไทย เตือนฝนตกหนักทั่วประเทศ พะเยาพร้อมรับน้ำหลาก ชุมพรพายุซัดเสียหายยับ

ที่มา: https://www.naewna.com/local/431006

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศจากพายุดีเปรสชัน “วิภา” ซึ่งมีผลกระทบกับประเทศไทยถึงวันที่ 5 สิงหาคม ระบุว่าเวลา 11.50 น.วันนี้ พายุดีเปรสชันวิภาเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณ อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และพายุนี้มีแนวโน้มอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยมีผลกระทบพื้นที่ต่างๆ ดังนี้

“วิภา”เข้าไทยทำฝนหนักคลื่นลมแรง

ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองบัวลำภู และหนองคาย ภาคกลางบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์ ภาคตะวันออก จังหวัดจันทบุรี และตราดภาคใต้ จังหวัดระนอง และพังงา ส่วนวันที่ 5 สิงหาคม ภาคเหนือที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก ภาคกลาง จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และอุทัยธานี ภาคตะวันออก จ.จันทบุรี และตราด ภาคใต้ จังหวัดระนอง และพังงา ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ ทั้งนี้ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมาและภาคเหนือตอนบน เข้าสู่พายุดีเปรสชัน“วิภา” บริเวณจังหวัดน่าน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงยังพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องกับมีลมแรงและฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง คลื่นสูงกว่า 4 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

หนองคายชุ่มช่ำเกษตรกรลุ้นมีน้ำใช้

สำหรับสถานการณ์หลายจังหวัด มีฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุวิภา เช่น ที่จังหวัดหนองคาย มีฝนตกต่อเนื่อง สร้างความดีใจให้เกษตรกรในพื้นที่ นอกจากคลายความร้อนแล้ว ยังทำให้มีน้ำสำหรับใช้ในการเกษตร หลังก่อนหน้านี้ประสบภัยแล้งขาดแคลนน้ำ โดยระดับน้ำในแม่น้ำโขงขณะนี้ทรงตัว ลดลงเล็กน้อย วัดที่ส่วนอุทกวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ มีระดับอยู่ที่ 3.98 เมตร ลดลงจากช่วงเดียวกันของวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา 12 เซนติเมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 8.22 เมตร ปริมาณฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ 3.2 มิลลิเมตร ทำให้การระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงเป็นอย่างดี แม้จะยังไม่มีฝนตกหนักในพื้นที่ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเฝ้าระวังและเตรียมรับมือฝนตกหนักอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ขณะที่เทศบาลเมืองหนองคายเปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด เร่งระบายน้ำออกจากลำรางและท่อระบายน้ำ พร่องน้ำให้รับน้ำฝนที่ตกลงในพื้นที่ใหม่ได้

พะเยารับพายุวิภาฝนหนักน้ำหลาก

ที่จังหวัดพะเยา สำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารภัยจังหวัดพะเยาเตือนประชาชนรับมือพายุวิภา ที่เข้าสู่ประเทศไทย ทำให้ฝนตกมีน้ำท่วม โดยหัวหน้าสำนักงานบรรเทาและสาธารณภัยจังหวัดพะเยา กำชับเจ้าหน้าที่ให้เฝ้าระวังสถานการณ์หลังพายุวิภาเข้าไทย ทำให้ 1-2 วันนี้ มีฝนตกหนักในพื้นที่ โดยเฉพาะ 4 อำเภอคือ อำเภอปง เชียงคำ ภูซาง จุน และอำเภอเชียงม่วนบางส่วน เนื่องจากอาศัยริมลำห้วยใกล้หุบเขา ให้เฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมพร้อมอพยพหากมีน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งบางพื้นที่อาจจะมีน้ำท่วมซ้ำได้หลังจากที่ผ่านมาเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมาได้เกิดน้ำท่วมขึ้นในพื้นที่จังหวัดพะเยา จำนวนหลายจุด ดังนั้นจึงอยากให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างเต็มที่

พังงาคลื่นเซาะชายฝั่งท่องเที่ยวดัง

ที่จังหวัดพังงา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน เกิดคลื่นลมแรงซัดเข้าหาชายฝั่ง ทำให้หลายพื้นที่ในอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ได้รับผลกระทบ แพขนานยนต์ เรือเล็ก ไม่สามารถจอดเทียบท่ารับส่งผู้โดยสารได้ เรือประมงต้องหยุดออกทะเลจนกว่าคลื่นลมจะสงบ ขณะเดียวกันบริเวณหาดนางทอง ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง มีที่พักหรูระดับ 5 ดาว มากกว่า 10,000 ห้อง ได้รับผลกระทบจากคลื่นลมแรง กัดเซาะชายหาดต่อเนื่อง ด้วยความลึกประมาณ 1-2 เมตร เข้ามาในพื้นที่เอกชน 20-30 เมตร ตลอดแนวชายหาดหลายกิโลเมตร ต้นไม้ขนาดใหญ่เริ่มเอนเอียงเนื่องจากรากของต้นไม้ไม่มีหน้าดินสำหรับยึดเกาะ อาคาร ร้านค้า ริมชายหาดโดนกัดเซาะจนฐานรากเริ่มโผล่ลอยอยู่บนอากาศ บางส่วนต้องหยุดกิจการชั่วคราวป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับนักท่องเที่ยว บางส่วนต้องนำกระสอบทรายมาวางเป็นแนวป้องกันการกัดเซาะ คาดว่าเมื่อพายุสงบทะเลจะนำพาทรายกลับคืนสู่ชายหาดอีกครั้ง

ชุมพรพายุถล่มสวนผลไม้พินาศ

ส่วนที่จังหวัดชุมพร บ้านในหุบ หมู่ที่ 4 ตำบลเขาค่าย อำเภอสวี เกิดพายุพัดถล่มหมู่บ้าน สอบถามชาวบ้านทราบว่า เวลา 6 โมงเช้าเกิดพายุงวงช้าง พัดกระหน่ำหมู่บ้านอย่างรุนแรงนานร่วม 1 ชม. สร้างความเสียหายอย่างหนักแก่บ้านเรือนชาวบ้าน สวนทุเรียน สวนมังคุด สวนลองกองจำนวนมากได้รับความเสียหาย บ้านชาวบ้านบางหลังถูกพายุพัดหายไปทั้งหลัง นำเอาเศษชิ้นส่วนลงไปอยู่ในลำห้วย บ้านส่วนใหญ่จะถูกพายุพัดเอาหลังคาบ้านหายไปทั้งหมด รวม 22 หลัง หลังคาสังกะสีปลิวเกลื่อนไปทั่วบริเวณ ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถอาศัยได้เนื่องจากฝนตกลงมาอย่างหนัก ผลทุเรียน ลองกอง มังคุดถูกลมพัดร่วงเกลื่อนพื้น เสียหายนับล้านบาท ถนนสาย ชุมพรไปจังหวัดระนอง ช่วงเขาค่ายไปยังอำเภอละอุ่น จังหวัดระนองต้นไม้ขาดใหญ่ล้มขวาง ได้ระดมชาวบ้านนำต้นไม้ออก จนสามารถเปิดการจราจรได้ ที่บ้านนายสร้อย เที่ยงธรรม อายุ 69 ปี เลขที่ 56 หมุ่ที่ 4 ตำบลเขาค่าย ซึ่งเป็นผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงและตาเสื่อมมองไม่ค่อยเห็น อาศัยอยู่กับนางทองจันทน์ ภรรยาพายุพัดเอาหลังคาบ้านทั้งหลังหายไปทั้งหมด จนไม่สามารถอาศัยได้ ต้องระดมชาวบ้านมาช่วยกันซ่อมแต่ยังขาดกระเบื้องจำนวนมาก ถ้าฝนตกลงมาอีก คงต้องไปอาศัยที่อื่นชั่วคราว ส่วนบ้านนางกาญจนีย์ คชโกศัย อายุ 51 ปี เลขที่63/11 หมู่ที่ 4 หลังคาบ้านถูกพายุพัดหายกว่าครึ่ง ต้องใช้ผ้าใบขึ้นไปปิดแทนหลังคา เพื่ออาศัยชั่วคราว